แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แผนการตลาด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แผนการตลาด แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559

9 นิสัยแย่ๆในการ ใช้เงิน ที่คนทำบ่อยมากที่สุด


เส้นทางสู่ความร่ำรวย นอกจากจะมีจิตใจที่มุ่งมั่นถึงความสำเร็จและมีความเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าจะทำ เงิน เป็นกอบเป็นกำได้แล้ว สิ่งที่ผู้คนพลาดมากที่สุด คือ การบริหารการใช้จ่าย และนี่คือ 9 นิสัยแย่ๆ ที่คนมักจะพลาดกันมากที่สุด

1 “ก่อหนี้ แล้วทำเฉย ไม่ใส่ใจจัดการ” ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ หนี้สินที่ไม่มีหลักประกันอย่างบัตรเครดิต เพราะดอกเบี้ยแพงมาก การจ่ายขั้นต่ำแทบไม่ช่วยลดยอดหนี้ลงไปเลย บางคนพลาดพลั้งเป็หนี้บัตรเครดิตหลายใบ สุดท้ายถลำตัวไปสู่หนี้นอกระบบ แบบนี้อนาคตกู้ซื้อบ้าน-รถ ก็จบกัน

2 “ไม่ทำรายรับ-รายจ่าย” นี่คือสิ่งสำคัญ เพราะมันจะเป็นตัวบอกว่า เงิน ของคุณที่กว่าจะได้มาเลือดตาแทบกระเด็นนั้น มันออกจากมือคุณไปอยู่ตรงไหนบ้าง และถ้าคุณไม่ทำรายรับรายจ่ายเลย ก็เหมือนคนเดินป่าโดยไม่มีเข็มทิศนั่นแหละ มีแต่จะหลงทางแล้วตายอยู่กลางป่านั่นแหละ

3 “ใช้ เงิน เกินตัว” แบบนี้มีเท่าไหร่ก็หมด ทางที่ดีลองปรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตลงมาบ้างให้อยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐานของคุณเองสักเล็กน้อย เพื่อที่ไม่ให้รายจ่ายเกินเพดาน เมื่อเงินเก็บพอกพูนขึ้นรับรองว่า ใจสงบร่มเย็นขึ้นเยอะ

4 “ซื้อของไม่เน้นคุณภาพ” บางคนคิดแต่จะประหยัด เลยเน้นซื้อของถูกไว้ก่อน แต่ที่ไหนได้ของถูกพังง่ายสุดท้ายเสีย เงิน เยอะกว่าการซื้อของคุณภาพที่ราคาอาจจะสูงกว่า อย่างน้อ้ยก็น่าจะลงทุนกับของใช้ประจำวันที่มีคุณภาพดีหน่อย

5 “ไม่เก็บเงินออมเพื่อเกษียณ” เรื่องนี้ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา คนก็เหมือนกบในหม้อน้ำร้อนนั่นแหละ ยิ่งแก่ตัวไปก็จะยิ่งรู้ว่า เงิน ออมสำคัญแค่ไหน ยิ่งใครไม่มีหรือมีน้อย จะรู้ตัวเลยว่าความลำบากมาเยือนยามไร้เรี่ยวแรงแก่ชราแน่ๆ

6 “ไม่รู้จักการลงทุน” ทุกวันนี้ เงิน เก็บเอาไว้ในธนาคารก็ไม่ได้ เพราะให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ ฝากเอาไว้ก็มีแต่ขาดทุน อย่างน้อยควรทำความรู้จักไว้บ้าง LTF-RMF หุ้น ทองคำ สลากออมสิน หรือช่องทางการลงทุนอื่นๆ ตามที่ถนัด

7 “ไม่สร้างความน่าเชื่อถือทางการเงินไว้บ้าง” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ คนจะกู้บ้านกู้รถ ต่อให้ไม่มีประวัติว่าไปกู้หนี้ยืมสิน หรือผ่อนบัตรเครดิตที่ไหน ธนาคารก็ลังเลใจที่จะให้กู้นะ ใช้จ่ายผ่านระบบทางการ เงิน บ้าง เพราะแค่เงินฝากเข้าออกทุกเดือนอาจจะยังไม่พอ

8 “ไม่มีเงินออมฉุกเฉิน” เอาแค่โสดตัวคนเดียว หากเกิดฉุกเฉิน รถเสีย ต้องต่อประกัน หรือพลาดไปชนใครเข้า ตัวเองเจ็บ เงิน ค่ารักษาไม่มีจะเอาจากที่ไหน ของแบบนี้ใช้เป็นก้อนใหญ่ จะหวังหยิบยืมใครคงยาก ไม่ต้องพูดถึงคนมีครอบครัว ลูกเจ็บ พ่อแม่ป่วยขึ้นมา คงจะหน้ามืดกันเลยทีเดียว

9 “ไม่มีประกันสุขภาพ” บอกเลยเรื่องนี้คนไทยพลาดกันเยอะ เพราะส่วนใหญ่ประกันรถบนต์ซื้อชั้น 1 ทุกปี แต่พอประกันตัวเองกลับไม่มี ทั้งที่เดี๋ยวนี้โรคร้ายแรง เกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อยๆ อย่างมะเร็งเป็นแล้วใช้ เงิน รักษามหาศาล จะลำบากกันทั้งบ้านก็งานนี้แหละ

หมายเหตุ : ภาพประกอบบทความ บางภาพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลจาก : KIITDOO 9 นิสัยแย่ๆในการ ใช้เงิน ที่คนทำบ่อยมากที่สุด

อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : TerraBKK.com

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

การทำธุรกิจ กับ 5 แนวความคิดเพิ่อการเริ่มต้น

การทำธุรกิจ กับ 5 แนวความคิดเพิ่อการเริ่มต้น

สำหรับใครที่อยากจะเริ่มต้นการทำธุรกิจจะมีเทคนิคและแนวทางการเริ่มต้น วางแผนอย่างไร?   สำหรับรูปแบบในการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้นเราขอแนะนำเทคนิคเริ่มต้นด้วยการ ดำเนินการ 5 เทคนิคที่เราจะแนะนำกันในวันนี้สำหรับใครที่คิดอยากจะเริ่มต้นธุรกิจ เอา 5 เทคนิคนี้ไปใช้รับรองได้ว่าท่านนั้นจะสามารถสร้างธุรกิจที่เป็นของท่านเอง และจะลดปัญหาที่จะตามมากับธุรกิจของท่าได้อย่างแน่นอน
การทำธุรกิจ
  • เทคนิคแรก คือ เริ่มต้นจากการวางแผนโครงสร้างของธุรกิจที่จะทำ ในกระดาษ A4 ก่อนเกี่ยวกับการทำธุรกิจหรือโปรเจคที่ท่านนั้นมีแพลนจะสร้างขึ้น พร้อมทั้ง ข้อดีข้อเสีย เงินลงทุน   ผลลัพธ์ในอนาคต รายได้ เป้าหมาย   ความน่าจะเป็น และอุปสรรคต่างๆมากมาย หรือที่มักนิยมใช้กันก็คือ SWOT คืออะไร?  ( ทฤษฏีววิเคราะห์ SWOT )
  • เทคนิคที่สอง คือ เริ่มต้นศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการทำการตลาดก่อนว่ามีเทคนิคไหนที่พอจะเจาะ กลุ่มการตลาดได้บ้าง และเราต้องการขายสินค้าเราให้คนแบบใดประเภทไหน อายุ เพศ และถ้าหากขายไม่ได้จะแก้ปัญหาอย่างไร?
  • เทคนิคที่สาม คือ ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดที่เรานั้นร่างโครงสร้างมา และรวบรวม ข้อมูลมาอีกที เช็คให้ดีว่ามีจุดบกพร่องหรือไม่   และวางแผนเผื่อไว้กรณีที่คุณนั้น ลืมจตรงจุดใดหรือผิดพลาดจุดไหนจะแก้ปัญหาอย่างไร
  • เทคนิคที่สี่ คือ เริ่มต้นตรวจสอบเงินลงทุน และ คำนวณเงินลงทุนต่างๆพร้อมทั้งรูปแบบการเริ่มต้นลงทุน อาธิเช่นเราจะสร้างแบรนด์ครีมต้องคำนวณและ วางแผนการออกแบบแพ็จเก็จ และ Product ต่างๆ
  • เทคนิคที่ห้า คือ เริ่มต้นจริง เริ่มต้นจากการเจาะกลุ่มการตลาดตามแบบแผนที่เราวางไว้ แนะนำให้มีแบบแผนการทำการตลาดด้วย กัน 3 – 4 แผน ด้วยกันเผื่อพลาดแผนใดแผนนึงจะได้มีแผนต่อมารองรับและก็จะได้แก้ปัญหาต้นสาย ปลายเหตุที่จะเกิดปัญหาการขาดทุนในอนาคตได้อย่างถูกต้องและลงตัวไม่ต้อง ตามหาต้นเหตุของปัญหาให้ยุ่งยากเพราะเราได้วางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว

การวิเคราะห์ SWOT หลักการสำคัญของการเริ่มต้นธุกิจ

การวิเคราะห์ SWOT หลักการสำคัญของการเริ่มต้นธุกิจ

การบริหารองค์กร หลักสำคัญที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ จำเป็นที่จะต้องนำเครื่องมือหรือกลยุทธ์เข้ามาช่วยในการบริหาร และกลยุทธ์ที่องค์กรนำมาใช้ต้องมีกระบวนการที่เหมาะสมกับสถานภาพหรือสภาวะ ขององค์กรนั้นๆด้วย วิธีการและเทคนิคในการวิเคราะห์สถานภาพหรือสภาวะขององค์กร เพื่อนำมากำหนดกลยุทธ์ให้เหมาะสมสอดคล้องกับการบริหารมีหลายวิธี ซึ่งกระบวนการวิเคราะห์ SWOT เป็นหนึ่งในเทคนิควิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
การวิเคราะห์-SWOT
การวิเคราะห์ SWOT คืออะไร
SWOT เป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินสถานการณ์ เพื่อช่วยให้ผู้บริหารกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน โอกาสและปัญหาอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอกตลอดจนถึงผลกระทบที่มีต่อศักยภาพ ในการทำงานขององค์กร คำว่า SWOTเป็นตัวย่อที่มีความหมาย ดังนี้
  • S มาจาก คำว่า Strengths หมายถึง จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ เป็นปัจจัยภายในที่มีผลดีต่อการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งองค์กรจะต้องค้นหาความสามารถที่โดดเด่น เพื่อนำมากำหนดเป็นกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับลักษณะการบริหารงานขององค์กร เช่น องค์กรภาครัฐนำมากลยุทธ์เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลตามเป้าหมายหรือตาม แผนที่วางไว้ ส่วนองค์กรธุรกิจนำจุดแข็งมากำหนดเป็นกลยุทธ์เพื่อให้มีความสามารถโดดเด่น เหนือคู่แข็งทางด้านการตลาด
  • W มาจาก คำว่า Weaknesses หมายถึง จุดอ่อนหรือข้อเสียเปรียบ เป็นปัจจัยภายในที่มีผลกระทบหรือส่งผลเสียต่อการบริหารงานขององค์กร เช่น ขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน เครื่องมือเครื่องใช้ขาดคุณภาพหรือไม่ได้มาตรฐาน ทำให้องค์กรไม่สามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงาน
  • O มาจาก คำว่า Opportunities หมายถึง โอกาสหรือปัจจัยภายนอกที่เอื้ออำนวยให้การทำงานขององค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งได้แก่สภาพแวดล้อมที่นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่การดำเนินงาน
  • T มาจาก คำว่า Threats หมายถึง อุปสรรคหรือข้อจำกัด ที่เป็นภัยคุกคามต่อการดำเนินงานขององค์กร เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากการควบคุมาและวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางป้องกันให้ได้รับผลกระทบหรือมี ความเสียหายน้อยลง
กรอบและขั้นตอนใน การวิเคราะห์ SWOT
สิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงสำหรับการวิเคราะห์ SWOT ก็คือ การกำหนดกรอบหรือกำหนดประเด็น เพื่อให้การวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคได้อย่างถูกต้อง หลักในการกำหนดกรอบหรือกำหนดประเด็นวิเคราะห์ SWOT  ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจหรือธรรมชาติขององค์กรนั้นๆซึ่งมีความแตกต่าง กันหลายรูปแบบ เช่น กรอบหรือประเด็นการวิเคราะห์หน่วยงานหรือองค์กรภาครัฐ และองค์กรภาคธุรกิจ
ประเด็นสำหรับการวิเคราะห์
  1. เอกลักษณ์ขององค์กร
  2. ขอบเขตของธุรกิจ
  3. แนวโน้มและสภาพแวดล้อมที่จะกลายเป็นโอกาสและอุปสรรค
  4. โครงสร้างของธุรกิจ
  5. รูปแบบการเติมโตตามที่คาดหวัง
ข้อควรคำนึงใน การวิเคราะห์ SWOT
  1. องค์กรต้องกำหนดก่อนว่า องค์กรต้องการที่จะทำอะไร
  2. การวิเคราะห์โอกาสและอุปสรรคต้องกระทำในช่วงเวลาขณะนั้น
  3. องค์กรต้องกำหนดปัจจัยหลัก (key success factors) ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานให้ถูกต้อง
  4. องค์กรต้องประเมินความสามารถของตนให้ถูกต้อง
ข้อควรระวังในการวิเคราะห์ SWOT
  1. การระบุจุดอ่อนต้องวิเคราะห์อย่างซื่อสัตย์
  2. การจัดการกับกลไกการป้องกันตนเองต้องกระทำอย่างรอบคอบ
  3. แนวโน้มการขยายจุดแข็งที่เกินความเป็นจริง
  4. ความใกล้ชิดกับสถานการณ์ทำให้มองสถานการณ์ขององค์กรไม่ชัดเจน
  5. การกำหนดบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลต้องระบุให้ชัดเจน
  6. ข้อมูลไม่เพียงพอ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมภายนอกอาจเป็นโอกาสหรืออุปสรรคก็ได้
ขั้นตอนและกระบวนการวิเคราะห์ SWOT
การวิเคราะห์SWOT เพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่สามารถแก้ไขปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนสามารถสร้างความได้เปรียบในเชิงแข่งขันให้กับองค์กรธุรกิจ และช่วยให้การบริหารงานบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้สำหรับองค์กร หรือหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่
1.การประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กร
เป็นการวิเคราะห์และพิจารณาทรัพยากรและความสามารถภายในองค์กรทุก ๆ ด้าน ทั้งในด้านโครงสร้าง ระบบ ระเบียบ วิธีปฏิบัติงาน บรรยากาศในการทางานและทรัพยากรในการบริหาร เช่น คน เงิน วัสดุอุปกรณ์ และการจัดการ รวมถึงการพิจารณาผลการดาเนินงานที่ผ่านมา เพื่อระบุจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร
2.การประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก
การประเมินสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กรนั้น สามารถค้นหาโอกาสและอุปสรรคในการการดาเนินงานขององค์กรที่ได้รับผลกระทบ เป็นการวิเคราะห์ว่าปัจจัยใดที่สามารถส่งผลกระทบประโยชน์ทั้งทางตรงและทาง อ้อมต่อการดำเนินการขององค์กร และสามารถฉกฉวยข้อดีมาเสริมสร้างให้หน่วยงานเข็มแข็ง ขึ้นได้ สำหรับอุปสรรคทางสภาพแวดล้อม เป็นการวิเคราะห์ว่าปัจจัยภายนอกองค์กรใดที่สามารถส่งผลกระทบ ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทางตรง และทางอ้อม ซึ่งองค์กร จาต้องหลีกเลี่ยงหรือปรับสภาพองค์กรให้มีความแข็งแกร่งพร้อมที่จะเผชิญ แรงกระทบดังกล่าวได้
3.วิเคราะห์สถานการณ์จากการประเมินสภาพแวดล้อม
เมื่อได้ข้อมูลเกี่ยวกับ จุดแข็ง-จุดอ่อน โอกาส-อุปสรรค จากการวิเคราะห์ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกนอกแล้ว ให้นำ จุดแข็ง-จุดอ่อนภายในมาเปรียบเทียบกับ โอกาส-อุปสรรค จากปัจจัยภายนอกเพื่อดูว่าองค์กรกำลังเผชิญสถานการณ์ เช่น สถานการณ์ที่เลวร้าย  สถานการณ์ที่องค์กรมีโอกาสเป็นข้อได้เปรียบ เป็นสถานการณ์ที่พึ่งปรารถนา หรือสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออานวยต่อการ ดาเนินงาน แต่ตัวองค์กรมีข้อได้เปรียบที่เป็นจุดแข็งหลายประการ
เมื่อทราบสถานการณ์ที่องค์กรกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ใดๆ ก็สามารถที่จะนำสถานการณ์นั้นมากำหนดเป็นกลยุทธ์ในการบริหารเพื่อให้องค์กร เกิดการได้เปรียบ ทำให้องค์กรบรรลุผลสำเร็จ หรือลดผลกระทบทำให้เกิดความเสียหายน้อยลง
ประโยชน์ของ การวิเคราะห์ SWOT
วิเคราะห์SWOT เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในองค์กร ซึ่งปัจจัยแต่ละด้านจะช่วยให้เข้าใจได้ว่ามีอิทธิพลต่อผลการดำเนินงานของ องค์กรอย่างไร เช่น
  • จุดแข็งขององค์กร จะเป็นความสามารถภายในที่ถูกใช้ประโยชน์เพื่อการบรรลุเป้าหมาย
  • จุดอ่อนขององค์กร จะเป็นคุณลักษณะภายในที่อาจจะทำลายผลการดำเนินงาน
  • โอกาสทางสภาพแวดล้อม จะเป็นสถานการณ์ที่ให้โอกาสเพื่อการบรรลุเป้าหมายองค์กร
  • อุปสรรคทางสภาพแวดล้อม จะเป็นสถานการณ์ที่ขัดขวางการบรรลุเป้าหมาย ขององค์กร
ความสำคัญ กระบวนการและผลจากการวิเคราะห์ SWOT นี้จะใช้เป็นแนวทางในการกำหนดวิสัยทัศน์การกำหนดกลยุทธ์ เพื่อให้องค์กรเกิดการพัฒนาไปในทางที่เหมาะสมสามารถบรรลุความสำเร็จตามเป้า หมายที่วางไว้ หรือทำให้มีข้อได้เปรียบในเชิงธุรกิจสามารถเป็นผู้นำทางด้านการตลาดได้ นั้นเอง

การเขียนแผนการตลาด วางเป้าหมายง่ายๆ แต่ใช้ได้จริง

การเขียนแผนการตลาด วางเป้าหมายง่ายๆ แต่ใช้ได้จริง

สวัสดีค่ะสำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับการ วางแผนการตลาดหรือรูปแบบของการเขียนแผนการตลาดกัน สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักรูปแบบของแผนการตลาดวันนี้เราจะมาแนะนำเรื่องราว เกี่ยวกับแผนการตลาด และเทคนิคในการวางแผนการตลาดสำหรับใครที่ยังเป็นมือใหม่และไม่รู้เทคนิคกล ยุทธและวิธีการสมมุติเช่นเรานั้นเลือกที่จะขายเครื่องสำอางสำหรับการเลือก ที่จะขายเครื่องสำอางหรือครีม สมัยนี้ต้องรู้จักคู่แข่งก่อน คู่แข่งของพวกครีมแบรนด์เครื่องสำอางอาหารเสริม มีด้วยกัน 3 ประเภท
ID-100230612
การเขียนแผนการตลาด
  • บริษัทที่ขายสินค้าพวกอาหารเสริม พวกนี้เขามีเงินทำการตลาดสูง
  • พวกเซเลป FC พริตตี้ พวกนี้มีเงิน และมีหน้าตาสวย โปรโมทง่ายๆ แค่ถ่ายภาพ ก็แทบจะขายสินค้าได้
  • ประเภทเว็บไซต์ที่เปิดขายมานาน มีลูกค้ารีวิวสินค้าหรือมีคนนิยมติดตามซื้อเป็นประจำ เรียกง่ายๆว่ามีฐานลูกค้าแล้ว
ซึ่ง 3 ประเภทนี้เป็นคู่แข่งรายถึกซึ่ง มีแนวโน้มเป็นคู่แข่งที่จะฆ่าเราได้ตลอดเวลาสูงมาก สำหรับประเภทย่อยๆออกมานั้นก็คือ คู่แข่งประเภทรายย่อย ซึ่ง ก็มีด้วยกัน 2 กลุ่มคือ
  • กลุ่มเด็กนักศึกษาเด็กนักเรียนที่ขายกันแบบ ทั่วๆไป ขายด้วยเรียนไปด้วย
  • กลุ่มผู้ที่ มีตัวแทนฝากขายสินค้า หรือ ทำการตลาดแบบเชื่อมโซ่   ไม่ต้องลงมือหาลูกค้าเอง ให้คนอื่นหาลูกค้ามาเป็นฐานลูกค้า ของเราแทน
ซึ่งตรงส่วนนี้เราจะต้องรู้ สำหรับการวางโครงสร้างแผนการตลาดนั้นเราก็ต้องรู้ก่อนว่าใครเป็นคู่แข่งและ เราจะขายสินค้าให้ใคร และถ้าขายสินค้าไม่ได้ในกรณีที่สต็อกสินค้าหรือเหลือสินค้าเต็มไปหมดเราจะ ปล่อยสินค้าอย่างไร และเราจะขายสินค้าราคาเท่าไหร่   จำนวนกี่ชิ้น   และจะโปรโมทหรือเริ่มต้นการตลาดแบบใด ลงทุนเงินเท่าไหร่??ต้องวางโครงสร้างใส่กระดาษ A4 ก่อนค่ะก่อนจะเริ่มประมวลและวิเคราะห์ ความน่าจะเป็นในการขายสินค้าในการจำหน่าย และนี้ก็คือแนวความคิดง่ายๆสำหรับการเขียนแผนการตลาด ค่ะ

ก่อนจะทำการตลาดก็ต้องรู้จัก วางแผนการตลาด


ก่อนจะทำการตลาดก็ต้องรู้จัก วางแผนการตลาด

ปกติโดยทั่วไปแล้ว องค์กรที่จะประสบความสำเร็จได้  จะต้องให้ความสำคัญกับ แผนการตลาด เพราะ แผนการตลาด เป็นปัจจัยสำคัญในการประสบความสำเร็จของธุรกิจ ไม่ว่าองค์กรของท่านจะมีขนาดเล็ก ขาดกลาง หรือขนาดใหญ่ หากขาด แผนการตลาด ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายได้ ดังนั้นทุกๆองค์กรจึงจำเป็นที่จะต้องมี
แผนการตลาด ที่ดีเป็นอย่างไร แผนการตลาด ที่ดีนั้น จะต้องมีการทบทวนอยู่เสมอ แผนการตลาด ไม่ใช่เป้าหมายหรือแผนที่ตั้งขึ้นมาลอยๆแต่ต้องเป็นแผนที่ใช้งานได้จริงการ ทบทวน แผนการตลาด ทำให้เราสามารถทราบได้ว่าท่านกำลังดำเนินธุรกิจ ไปตามเป้าหมายหรือไม่ แผนการตลาด จะต้องกำหนดระยะของแผนไว้อย่างน้อย 1 ปี เพื่อนำมาสรุปและประเมินแผนนั้น แต่ในปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้บางองค์กรมีการสร้าง แผนการตลาด ถึง 5 ปี และค่อยทบทวนอยู่ตลอด
ประโยชน์ของ แผนการตลาด แน่นอนว่าการทำ แผนการตลาด ย่อมที่จะมีประโยชน์อย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นหลายๆที่ก็คงจะไม่เสียเวลาทำกัน ประโยชน์ของ แผนการตลาด เราสามารถสรุปได้ดังนี้

1.ทำให้ธุรกิจมีเป้าหมาย
ปกติแล้ว แผนการตลาด จะต้องถูกจัดทำขึ้นให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งหลายๆที่ใช้ แผนการตลาด เป็นแผนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ นอกจากนี้ ยังทำให้ส่วนงานการตลาดของท่าน มีเป้าหมายในการทำงานอีกด้วย
2.ทำให้มีแผนการมุ่งสู่ความสำเร็จขององค์กร
แน่นอนว่า แผนการตลาด ที่ดีย่อมกำหนดอนาคตขององค์กร ได้ แม้ว่าในโลกนี้แทบจะไม่มีอะไรสามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ แต่การทำแผนการตลาด ก็ได้มีการวิเคราะห์ SWOT ก่อนที่จะทำแผน ดังนั้นโอกาสใกล้เคียงย่อมจะมีอย่างแน่นอน และจะเป็นแผนที่มุ่งสู่ความสำเร็จขององค์กร
3.ทำให้เข้าใจภาพรวมของตลาด
แผนการตลาด กำหนดขึ้นโดยการวิเคราะห์ทั้งบริษัทท่านเองและคู่แข่งทำให้เราสามารถมอง ภาพรวมของตลาดได้ว่า ขณะนี้ตลาดเป็นไปในทิศทางใด การสร้างแผนขึ้นมาก็เพื่อ รองรับภาพรวมของตลาด และเป็นกลยุทธ์การดำเนินงานทางธุรกิจนั่นเอง
ดังนั้นแล้ว แผนการตลาด จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับองค์กรไม่ว่าองค์กรนั้นมีขนาดใด หากเปรียบเสมือนการเล่นฟุตบอล เรียกได้ว่าเป็นแท๊กติก ของโค้ช ที่จะวางแผนให้ลูกทีมเล่นอย่างไรเลยทีเดียว

Seeding marketing คือ (หน้าม้า) อะไร ?

Seeding marketing คือ (หน้าม้า) อะไร ?

Seeding marketing คือ การเลือกซื้อสินค้าหลากหลายประเภทของนักช้อปปิ้งออนไลน์ อาทิ เช่นสินค้าประเภทแฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของใช้ภายในครัวเรือน หรือของน่ารักๆประเภทของประดับตกแต่ง นอกจากเรื่องของ รูปลักษณ์ ราคา และคุณภาพของสินค้าเป็นที่ถูกใจแล้วสิ่งที่ทำให้นักช้อปปิ้ง ตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ก็คือความน่าเชื่อถือทั้งในด้าน คุณภาพของสินค้าและความเชื่อมั่นในการบริการของร้านค้าออนไลน์เหล่านั้น ความเชื่อมั่นในตัวสินค้าและร้านค้าออนไลน์ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ สินค้าหรือบริการ ส่วนหนึ่งวัดจากคำสนทนาของผู้ที่เคยสั่งซื้อสินค้าหรือใช้สินค้าที่สนทนากัน ตามกระดานสนทนาและตามเว็บไซต์ต่างๆรวมถึงการรีวิวสินค้าของลูกค้าเมื่อนำไป ใช้แล้วได้ผลจนทำให้เกิดความประทับใจและอยากบอกเล่าให้คนอื่นได้รับรู้ จึงทำให้เกิดกลยุทธ์ด้านหน้าม้าการตลาดที่เรียกว่า Seeding marketing ซึ่งก็คือทำการตลาดด้วยกลยุทธ์ “หน้าม้า” เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ตัวอย่างง่ายๆเช่น การทำรีวิวสินค้า ทำโพส หรือสร้างกระทู้ขึ้นในเว็บบอร์ดหรือบล็อกโดยพูดถึงสินค้าหรือการบริการของ เราในแง่ดีต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าหรือคนที่เข้ามาอ่านเชื่อมั่นว่าสินค้าหรือการบริการของเราดี จริง หลักในการนำกลยุทธ์ Seeding marketing (หน้าม้า) มาใช้กับร้านค้าออนไลน์สิ่งที่ต้องคำนึงและให้ความสำคัญก็คือต้องไม่บอกหรือ พูดถึงข้อดีของสินค้าเพียงด้านเดียวเพราะจะกลายเป็นการ PR หรือโฆษณาสินค้า  แต่ต้องยึดหลักจิตวิทยาที่ควรบอกถึงจุดอ่อนและจุดแข็งโดยให้เนื้อหามีการ แบ่งรับแบ่งสู้กันเอง ตัวอย่างเช่น การรีวิวเครื่องสำอางควรพูดถึงอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่คนส่วนใหญ่รู้สึกกังวลแต่ก็ต้องบอกเล่าถึงจุดแข็งที่จะทำ ให้ลูกค้าเกิดความประทับใจเช่นเครื่องสำอางที่นำมาจำหน่ายเป็นสูตรที่อ่อน โยนต่อทุกสภาพผิวเพราะมีส่วนประกอบหลักๆเป็นสารสกัดจากธรรมชาติซึ่งได้จากผล ไม้และพืชสมุนไพรหลากหลายชนิด เป็นต้น

Viral Marketing คือ (การตลาดแบบปากต่อปาก) อะไร

Viral Marketing  คือ (การตลาดแบบปากต่อปาก) อะไร ?

ปัจจุบันช่องทางการสื่อสารในเชิงธุรกิจมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นซึ่งมี ผลมาจากเทคโนโลยีการ สื่อสารที่ทันสมัยทำให้การกระจายข้อมูลข่าวสารทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รูปแบบการสื่อสารจึงกลายมาเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่นำมาใช้วางแผนด้านการตลาดใน ธุรกิจออนไลน์โดยใช้สังคมออนไลน์ (Social  Medias)
ที่เกี่ยวข้องอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามาเป็นเครื่องมือในการบอกเล่า เรื่องราวที่เราต้องการบอกต่อ หรือที่เรียกว่าทำการตลาดแบบ Viral Marketing (การตลาดแบบปากต่อปาก)viral-marketing
viral marketing คือ การตลาดแบบปากต่อปาก คือเทคนิคทำการตลาดที่ใช้กันมาตั้งแต่ก่อนยุคสังคม ออนไลน์โดยใช้วิธีพูดแบบปากต่อปากซึ่งประโยคที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีก็คือ “ใช้ดีแล้วบอกต่อ” ที่คล้ายกับ  การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสหรือไวรัสคอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบัน ลักษณะของการตลาดแบบปากต่อปากในธุรกิจออนไลน์ทำได้หลายรูปแบบอาทิเช่น สื่อผ่าน Video Clips เพื่อให้เกิดการแชร์ อย่างเช่นการใช้   YouTube ในการแชร์วีดีโอ หรือแม้แต่การใช้ข้อความที่เป็นตัวหนังสือ สิ่งสำคัญในการนำ Viral Marketing  หรือการตลาดแบบปากต่อปากมาใช้ก็คือความน่าเชื่อถือ เพราะหากข้อความหรือสิ่งที่เราต้องการสื่อทำให้ ลูกค้าเกิดความเชื่อถือได้มาก สิ่งนั้นก็มักจะถูกส่งต่อไปยังเพื่อนๆเป็นการช่วยแพร่กระจายข่าวสารและเร่ง ยอดขายแบบประหยัดงบประมาณได้มากเพราะลูกค้าจะเป็นผู้บอกต่อ เป็นผู้กระจายข้อมูลสินค้าและการ บริการซึ่งเป็นการทำการตลาดแบบปากต่อปากนั้นเอง
สำหรับการนำ Viral Marketing หรือการตลาดแบบปากต่อปากมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขาย เพื่อให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์นอกจากความน่าเชื่อถือแล้ว ร้านค้าออนไลน์ต้องมั่นใจในคุณภาพสินค้าและการบริการของตนเองเพราะไม่เช่น นั้นการตลาดแบบปากต่อปากก็เปรียบเหมือนดาบสองคมที่ทำให้เกิดทั้งผลดีและผล เสียได้ในเวลาเดียวกัน

ภาวะผู้นำ เสริมตัวเองและธุรกิจให้แกร่งง่ายๆด้วยภาวะผู้นำ

ภาวะผู้นำ เสริมตัวเองและธุรกิจให้แกร่งง่ายๆด้วยภาวะผู้นำ

ภาวะผู้นำ ถ้าพูดถึงการใช้ชีวิตหรือการทำอะไรสักอย่าง การเป็นเจ้าของธุรกิจทั้งโลกoffline และ ในโลก Online ต่างก็ต้องใช้คน บุคลากร เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ทั้งด้านการตลาด นำเสนอสินค้า ครั้งนี้จะพูดถึง ภาวะผู้นำ ว่ามีการเกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างไรครับภาวะผู้นำ
แกร่งด้วย ภาวะผู้นำ (LEADERSHIP) คือแกร่งด้วยบทบาทของผู้นำ
กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และกล้าที่จะเผชิญกับปัญหาทุกรูปแบบเพื่อนำไปสู่การแก้ไข เช่น ร้านค้าคู่แข่งนำสินค้าเกรดบีมาขายตัดราคาสินค้าในร้านซึ่งเป็นสินค้าเกรดเอ ทั้งหมด ผู้นำต้องกล้าที่จะลงทุนเพิ่มโดยการสั่งสินค้าทุกเกรดมาจำหน่ายแทนการลดราคา สินค้าให้ต่ำลง เพื่อแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าสินค้าของเราเป็นสินค้าคุณภาพและมีหลายเกรดให้ เลือกซื้อ
แกร่งด้วยการบริหารกลยุทธ์ (STRATEGY) คือต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการนำกลยุทธ์มาปฏิบัติ เช่น ต้องการให้สินค้ามีการเคลื่อนไหวหรือมียอดสั่งซื้อภายในระยะเวลาหรือช่วง เวลาที่กำหนด
แกร่งด้วยการบริหารการเปลี่ยนแปลง (CHANGE) ผู้นำต้องมีความสามารถในการเผชิญกับภาวะความเปลี่ยนแปลง และสามารถเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ เช่น ร้านค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ประสบปัญหาลูกค้าขอคืนสินค้าเพราะสินค้าที่สั่งซื้อ ผิดสีผิดแบบหรือมีตำหนิส่งสินค้าไม่ได้ตามกำหนดเวลา การเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสก็คือ การรวบรวมสินค้าเหล่านี้ไว้เมื่อรวบรวมได้จำนวนหนึ่งแล้วนำออกมาขายยกเป็น เซ็ตตามที่เรากำหนด หรือนำออกมาให้ลูกค้าประมูลซึ่งโอกาสที่ได้รับก็คือนอกจากไม่ขาดทุนแล้วยัง ได้ทุนคืนหรือมีกำไรอีกด้วย
แกร่งด้วยการวิจัยและพัฒนา (RESEARCH) ผู้นำต้องรู้จักคิดวิเคราะห์นำทั้งปัญหาและความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาหาสาเหตุว่าเกิดจากสิ่งใด เพื่อนำมาแก้ไขหรือนำมาพัฒนาต่อยอด
ภาวะผู้นำของผู้บริหารมีความสำคัญและจำเป็นต่อธุรกิจ ทุกประเภท ร้านค้าออนไลน์ก็เช่นเดียวกันหากเจ้าของร้านมีภาวะความเป็นผู้นำสูงก็จะส่ง ผลให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน